"คนพาล"ภัยแท้ของแผ่นดิน ว่าด้วยเรื่องพระลิขิต และชีวิตสมณะ

"คนพาล"ภัยแท้ของแผ่นดิน
ว่าด้วยเรื่องพระลิขิต และชีวิตสมณะ


  • นานมาแล้ว...สังคมไทยร่มเย็น

ฤาว่านี่คือยุคใหม่...ที่ต้องเผชิญ???


  • กฎหมายกฎสงฆ์ ...หรือกฎคนพาลกันแน่

ที่ทำให้ประเทศชาติไทยของพวกเราแย่ขนาดนี้???


  • พระลิขิต จบไปนานแล้วทำไมต้องรื้อฟื้นมาอีก เพราะอะไร????     "หากพวกเรากำลังสบาย ...จงปรบมือพลัน"....

     ......(เงียบ)
      ถามว่าตอนนี้ คนไทยทั้งประเทศ กำลังสบายกันไหม?
ก็สบายดีนะ ถ้าถามเรื่องส่วนตัว ครอบครัว ต่างคนก็ต่างดำเนินชีวิตไป
แต่เมื่อคุณก้าวเท้าออกจากบ้าน...ข่าวต่างๆ นานา ที่ประเดประดังเข้ามา ช่างมากมาย กลายเป็นว่า ปัจจุบันนี้ ข่าวเด่นที่สุด เห็นจะเป็น 
"ข่าวการคณะสงฆ์" 



       คนไทยหลายล้านคนคิดอย่างไร กับสถานการณ์ข่าวคณะสงฆ์?
       คุณลองคิดดู ใครกันบ้างที่เล่นอินเตอร์เน็ตออนไลน์ได้บ้าง?
เด็กวัยประถมก็อาจจะเล่นได้ แต่ก็ต้องเรียน
เด็กวัยมัธยมก็เล่นได้ แต่คงต้องรอเวลาพัก
ดังนั้นผู้มีสิทธิ์มีเสียงในข่าวทั้งหลาย และชอบออกความเห็น ก็คงไม่พ้น วัยนิสิต,นักศึกษา มหาวิทยาลัย และผู้ประกอบอาชีพมีการงาน
         
         ทำไมล่ะ? จะเสนอความเห็นไม่ได้เหรอ ก็ไม่ชอบพระรูปนั้นนี่ 
   >> ทำไมไม่ชอบล่ะ  
         ก็อ่านข่าวแล้วรู้สึกพระไม่ดี ไม่น่าเคารพเลย
   >>  คุณลองมาเจอตัวจริง มาดูความจริงก่อนไหม พระพุทธเจ้าทรงสอนว่าอย่าเชื่อเมื่อได้ยินตามกันมา ท่านอาจจะไม่ได้ทำเหมือนข่าวที่ลงแต่แง่ร้ายๆ 
          ก็เขาว่ากันมานี่ ว่าพระท่านไม่ดี
  >>    สิบปากว่า..ก็ไม่เท่าตาเห็นนะ 
   !$%&%*T((^(&^(&^ คำถามและคำตอบที่ไม่มีวันจบ

        พาลแท้....แพ้ภัยพาล
        พาลแท้....แม้ตอบถูก หรือความจริงมันก็ถูก ยังไงๆ คนพาลก็ไม่ยอมรับอยู่ดี

        บ้านเมืองของเรา จึงได้วุ่นวายกันเช่นนี้ พระสงฆ์ถูกเพ่งเล็งต่างๆ นานา สุดท้ายความจริงก็ต้องเป็นความจริง เพราะกฎแห่งกรรมไม่เคยงดเว้นใคร 
          พระลิขิต ที่ถูกรื้อฟื้นขึ้นมา ด้วยเหตุใดไม่ทราบ
          แต่เมื่อเขาไม่ชนะ....เขาก็พาลไปเรื่องอื่นๆ ต่อ 
       
"อะเสวะนา จะ พาลานัง"
คบคนพาลพาลพาไปหาผิด

 คนพาล หมายถึง คนที่มีใจขุ่นมัวเป็นปกติ เป็นผลให้มีความเห็นผิด ยึดถือค่านิยมผิดๆ และมีวินิจฉัยเสีย คือไม่รู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว อะไรควร อะไรไม่ควร
ลักษณะคนพาล
1.ชอบคิดชั่วต่ำเป็นปกติวิสัย ได้แก่ คิดละโมบอยากได้ในทางทุจริต คิดพยาบาทปองร้าย คิดเห็นผิดเป็นชอบ ฯลฯ
2. ชอบพูดชั่วต่ำเป็นปกติวิสัย ได้แก่ พูดบด พูดหยาบ พูดส่อเสียดยุยง พูดเพ้อเจ้อ ฯลฯ
3. ชอบทำชั่วเป็นปกติวิสัย ได้แก่ เกะกะเกเร ชอบล้างผลาญชีวิตคนและสัตว์ ลักทรัพย์ ฉุดคร่าอนาจาร ฯลฯ
ประเภทของคนพาล
1. พาลภายนอก คือคนพาลทั่วไป สามารถหาทางหลีกเลี่ยงได้
2. พาลภายใน คือตัวเราเองขณะที่คิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว
โทษของการคบคนพาล
      1. ย่อมถูกชักจูงนำไปในทางที่ผิด
      2. ย่อมเกิดความหายนะ การงานล้มเหลว
      3. ย่อมถูกมองในแง่ร้าย ไม่ได้รับความไว้วางใจจากบุคคลทั่วไป
      4. ย่อมอึดอัดใจ เพราะคนพาลแม้เราพูดดีๆ ด้วยก็โกรธ
      5. หมู่คณะย่อมแตกความสามัคคี เพราะการยุยงและไม่ยอมรับรู้ระเบียบวินัย
      6. ภัยอันตรายต่างๆ ย่อมไหลเข้ามาหาตัว
      7. เมื่อละโลกแล้ว ย่อมมีอบายภูมิเป็นที่ไป


"ตลอดเวลาที่บาปยังไม่ให้ผล คนพาลสำคัญบาปเหมือนน้ำผึ้ง เมื่อใดบาปให้ผลคนพาลย่อมเข้าถึงทุกข์เมื่อนั้น"
"คนดีย่อมทำดีเรื่อยไป...ไม่สนใจคนพาล"
     

"คนพาล"ภัยแท้ของแผ่นดิน ว่าด้วยเรื่องพระลิขิต และชีวิตสมณะ "คนพาล"ภัยแท้ของแผ่นดิน ว่าด้วยเรื่องพระลิขิต และชีวิตสมณะ Reviewed by อังคนารักษ์ พิทักษ์ธรรม on 03:57 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.