ว่าด้วยเรื่อง ท.ทหาร ทางโลกและทางธรรม

ทหารกล้ากองทัพธรรมปกป้องพระศาสนา
แล้วทหารทางโลกมีหน้าที่อะไร?


ด้วยเหตุองค์การคณะสงฆ์ไทยถูกย่ำยี!!
พระภิกษุสงฆ์ทั่วประเทศจึงรวมตัวกัน ณ พุทธมณฑลโดยใช้สันติวิธี 
ใครกันแน่ที่ใช้อำนาจกำลังในทางที่ผิด???

ข่าวเช้านี้ (15 ก.พ.2559) 
เวลา 06.00 - 07.30 น. ขณะที่คณะสงฆ์จากทั่วประเทศเดินทางมารวมตัวกัน ณ พุทธมณฑล ศาลายา จำนวนกว่า 500 รูป โดยมีการตั้งเต็นท์ น้ำดื่ม โรงอาหารภายในสวนพุทธฯ ขณะเดียวกันนั้น ได้มีเจ้าหน้าที่ทหาร ปิดประตูทางเข้าด้านหน้า กั้นคณะสงฆ์ที่นำรถเข้ามา เพื่อไม่ให้ปักหลักชุมนุมและเชิญออกนอกบริเวณดังกล่าว

เวลา 08.00 -10.00 น. 
คณะสงฆ์จากต่างจังหวัดรวมทั้งญาติโยมจำนวนมากเดินทางมาถึงในขณะที่ทหารขึงลวดกั้นทางไม่ให้เข้าไป ขณะเดียวกันนั้นคณะสงฆ์สวดมนต์



ก่อนงานสัมมนา "สกัดแผนล้มการปกครองคณะสงฆ์ไทย"  เกิดเหตุกระทบกระทั่งเล็กน้อย เมื่อรถเสบียงอาหารจะเข้าไปในพื้นที่ แต่ทหารกั้นทางไว้ พระภิกษุเลยเข้ามาเจรจา แต่ทางทหารไม่ยอมให้เข้าไป 



ภาพที่สื่อมวลชนออกนั้น แค่เก็บช่วงที่ทหารคนหนึ่งกระโดดต่อยพระสงฆ์ พระสงฆ์อีกรูป จึงเข้าไปช่วยล็อคคอทหารรูปนั้นไว้ให้ใจเย็น แต่ข่าว!!! ออกข่าวในทางลบๆ เช่นนี้ ข่าวที่เขียนเพื่อใคร ??? ตกลงใครผิดกันแน่ 

อยากจะถามว่า  

• ทำไมต้องกัน ไม่ให้พระ มีอาหารฉัน ? ถ้ารถอาหารเข้าไปถวายท่านไม่ได้ ท่านก็ไม่มีอาหารฉัน

• ถามว่า ทำไม ต้อง เอาลวดหนาม มาวางขวางไม่ให้เข้าไป?   

• ถามว่า ทำไมต้องไม่ให้เอารถเข้าไป ให้พระเดินไกลๆ?  


ทหารมาปกป้อง หรือมาขัดขวางกันแน่ ??




พระพุทธศาสนาโดนรังแก
พระท่านแค่ทำหน้าที่พระ คือ 
ปกป้องด้วยการแสดงพลังของพุทธบุตร

ชาวพุทธพึงอย่าเชื่อ...เมื่อได้ฟังตามกันมา

นี่หรือ จรรยาบรรณนักข่าวไทย!!!

พระท่านพลี     หัวใจ  ให้พุทธศาสน์
มิได้ขลาด       กลัวภัย  ด้วยใจกล้า
เพื่อปกป้อง      ผองธรรม  พระสัมมา
ท่านเปรียบดั่ง  ยอดม้า  อาชาไนย

ทหารหาญ   ท่านเป็น   ชาวพุทธด้วย
โปรดอำนวย     หนทาง    สว่างให้
ร่วมต้อนรับ     บูชา    พระรัตนตรัย
ได้บุญใหญ่    ติดตัวไป  ไม่น้อยเลย

บริษัท        ทั้งสี่      ผู้ใจกล้า
เดินทางมา     ทุกทิศา  หาได้เฉย
พุทธศาสน์      มีภัย      ไม่ละเลย
โลกชื่นเชย    แซ่ซ้อง   สาธุการ



พระภิกษุสงฆ์ รักความสงบ อหิงสา
ว่าด้วยเรื่อง ท.ทหาร ทางโลกและทางธรรม ว่าด้วยเรื่อง ท.ทหาร ทางโลกและทางธรรม Reviewed by อังคนารักษ์ พิทักษ์ธรรม on 00:38 Rating: 5

ไม่มีความคิดเห็น:

ขับเคลื่อนโดย Blogger.